15 คำสั่งของ Claude Code ที่คุณต้องรู้ พร้อมตัวอย่าง
9 ต.ค. 2569 · อ่าน 12 นาที
พิมพ์ / แล้วเจอคำสั่งเป็นสิบตัวจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน บทความนี้คัด 15 คำสั่งที่ใช้บ่อย ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ไปจนถึงย้อนงานที่พลาด พร้อมตัวอย่างที่พิมพ์ได้ทันที และข้อควรระวังที่คู่มือสั้นๆ มักไม่บอก

Claude Code คือเครื่องมือเขียนโค้ดของ Claude ที่อ่านโค้ดในโปรเจกต์ แก้ไฟล์ และรันคำสั่งได้ ใช้ได้ทั้งใน Terminal ในโปรแกรมเขียนโค้ดอย่าง VS Code ในแอปเดสก์ท็อป และบนเว็บ
นอกจากพิมพ์คุยตามปกติ Claude Code ยังมี คำสั่งที่ขึ้นต้นด้วย / (Slash Command) ไว้ควบคุม Claude Code โดยตรง เช่น เปลี่ยนโมเดล ล้าง Session และย้อนงาน เมื่อพิมพ์ / คุณจะเห็นรายการยาวมาก บทความนี้คัดมา 15 ตัวที่ใช้บ่อย และจัดตามลำดับการทำงานจริง ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ไปจนถึงย้อนงานที่พลาด
ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 จากเอกสารทางการของ Claude Code คำสั่งเปลี่ยนไปตามเวอร์ชัน และบางคำสั่งขึ้นกับแผนหรือแพลตฟอร์มที่ใช้ พิมพ์
/helpเพื่อดูรายการจริงในเครื่องของคุณ
กติกาพื้นฐาน: คำสั่งต้องอยู่ต้นข้อความ ข้อความที่พิมพ์ตามหลังคือรายละเอียดของคำสั่งนั้น เช่น /plan แก้ปุ่มสั่งซื้อที่กดไม่ได้
ช่วงที่ 1: คำสั่งสำหรับเริ่มโปรเจกต์
1. /help ดูคำสั่งทั้งหมด
คำสั่งนี้แสดงคำสั่งทั้งหมดที่ใช้ได้พร้อมคำอธิบาย ถ้าจำอะไรไม่ได้ให้เริ่มที่ตัวนี้ หรือพิมพ์ / ตามด้วยตัวอักษรเพื่อกรองรายการ เช่น พิมพ์ /comp แล้วจะเห็นคำสั่งที่เกี่ยวข้อง
/help
ข้อควรรู้: รายการของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะบางคำสั่งขึ้นกับแผน แพลตฟอร์ม และเวอร์ชันที่ใช้ ถ้าไม่เห็นคำสั่งที่บทความพูดถึง ไม่ได้แปลว่าเครื่องเสีย
2. /init สร้างคู่มือโปรเจกต์ให้ Claude
คำสั่งนี้สร้างไฟล์ CLAUDE.md ซึ่งเป็นคู่มือที่ Claude อ่านทุกครั้งที่เริ่มทำงานในโปรเจกต์นี้ เช่น ใช้ภาษาอะไร รัน Test ด้วยคำสั่งไหน และมีกติกาอะไรที่ห้ามละเมิด
/init
ใช้ตอนไหน: ตอนเปิดโปรเจกต์ครั้งแรก ไฟล์ที่ได้เป็นแค่จุดเริ่มต้น คุณควรอ่านแล้วเติมกติกาของทีมเอง เช่น "ห้ามแก้ไฟล์ในโฟลเดอร์ payment โดยไม่ถามก่อน" คู่มือที่ดีทำให้ Claude ไม่ต้องเดาใหม่ทุกครั้ง
3. /config ปรับการตั้งค่า
คำสั่งนี้เปิดหน้าตั้งค่า เช่น ธีมสี โมเดล และรูปแบบการตอบ (Output Style) หรือใช้ตั้งค่าตรงๆ ในบรรทัดเดียวก็ได้
/config theme=dark
ข้อควรรู้: การตั้งค่าบางอย่างที่ต้องกดยืนยัน เปิดผ่านแบบบรรทัดเดียวไม่ได้ ต้องเข้าไปเปิดในหน้าตั้งค่าเอง
4. /mcp จัดการการเชื่อมต่อกับบริการภายนอก
MCP คือมาตรฐานที่ทำให้ Claude Code เชื่อมต่อเครื่องมืออื่นได้ เช่น ฐานข้อมูล GitHub หรือบริการออกแบบ คำสั่งนี้ใช้ดูว่าเชื่อมอะไรอยู่ ล็อกอินบริการ หรือเปิดและปิดการเชื่อมต่อ
/mcp /mcp reconnect all
ข้อควรระวัง: ทุกบริการที่เชื่อมต่อ คือสิทธิ์ที่ Claude ใช้ทำงานแทนเราได้ ให้เชื่อมเฉพาะบริการที่ใช้จริง และให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
5. /agents สร้างผู้ช่วยย่อย (Subagent)
Subagent คือ Claude อีกตัวที่แยกไปทำงานย่อยให้ เช่น ตรวจโค้ด หรือค้นไฟล์ ในเวอร์ชันปัจจุบัน คำสั่งนี้แสดงแค่คำแนะนำว่า ให้บอก Claude ตรงๆ ว่าอยากได้ผู้ช่วยแบบไหน (เวอร์ชันเก่าจะเปิดหน้าจัดการแยก) ถ้าอ่านบทความเก่าแล้วหน้าตาไม่ตรง นี่คือเหตุผล
ตัวอย่างการบอกตรงๆ มีดังนี้ (พิมพ์เป็นข้อความธรรมดา ไม่ต้องมี /)
ช่วยสร้างผู้ช่วยย่อยไว้ตรวจโค้ดก่อน commit ให้ดูเฉพาะเรื่องความปลอดภัย
ช่วงที่ 2: คำสั่งระหว่างทำงาน
6. /model เลือกโมเดล
คำสั่งนี้สลับโมเดลที่ใช้ทำงาน ถ้าไม่ใส่อะไรตามหลัง จะเปิดหน้าให้เลือก
/model sonnet
เอกสารทางการแนะนำคร่าวๆ ว่า ใช้ Sonnet กับงานเขียนโค้ดประจำวัน ใช้ Opus กับงานที่ต้องคิดซับซ้อน และใช้ Haiku กับงานง่ายที่ต้องการความเร็ว
ข้อควรรู้: การเปลี่ยนโมเดลด้วยคำสั่งนี้จะบันทึกเป็นค่าเริ่มต้นของ Session ใหม่ด้วย ถ้าอยากเปลี่ยนเฉพาะ Session นี้ ให้เปิดรายการแล้วกด s ที่โมเดลนั้น
7. /effort กำหนดว่าให้คิดลึกแค่ไหน
คำสั่งนี้ตั้งระดับความพยายามในการคิด (Effort) มีตั้งแต่ low ถึง xhigh แล้วก็ max หรือ auto เอกสารทางการอธิบายว่า Effort ต่ำ เร็วกว่าและถูกกว่า สำหรับงานตรงไปตรงมา Effort สูงคิดลึกกว่าสำหรับปัญหาซับซ้อน และค่าเริ่มต้นก็เหมาะกับงานเขียนโค้ดส่วนใหญ่อยู่แล้ว
/effort high /effort status
ใช้ตอนไหน: ปรับขึ้นเมื่อแก้ Bug ยากๆ แล้ว Claude ยังพลาด และปรับลงเมื่อเป็นงานง่ายที่ทำซ้ำๆ ระดับ max ใช้ได้เฉพาะใน Session นั้น และระดับที่เลือกได้ขึ้นกับโมเดล
8. /plan ให้เสนอแผนก่อนลงมือ
คำสั่งนี้เข้าโหมดวางแผน (Plan Mode) ในโหมดนี้ Claude อ่านและสำรวจโค้ดได้ แต่จะไม่แก้ไฟล์จนกว่าเราจะอนุมัติแผน (กด Shift+Tab เพื่อสลับเข้าโหมดนี้ได้เหมือนกัน)
/plan เพิ่มหน้าประวัติการสั่งซื้อให้ลูกค้า
ใช้ตอนไหน: กับงานใหญ่ที่แตะหลายไฟล์ การอ่านแผนก่อนเสียเวลาน้อยกว่าการตามแก้งานที่ทำไปผิดทาง
ข้อควรระวัง: อ่านแผนให้ละเอียดก่อนกดอนุมัติ ถ้าแผนแตะส่วนที่ไม่ได้ขอ ให้ถามก่อนว่าทำไม
9. /context ดูว่าอะไรกินพื้นที่ความจำของ Session
แต่ละ Session มีพื้นที่ความจำจำกัด (Context Window) คำสั่งนี้แสดงเป็นตารางสีว่าตอนนี้ใช้ไปเท่าไร อะไรใช้มากที่สุด พร้อมคำแนะนำวิธีลด
/context
ใช้ตอนไหน: เมื่อ Session ยาวมาก หรือรู้สึกว่า Claude อาจเริ่มลืมสิ่งที่บอกไว้ (อาการนี้เป็นสัญญาณให้เช็ก ไม่ใช่กฎตายตัว)
10. /compact สรุป Session เพื่อคืนพื้นที่
คำสั่งนี้สรุปบทสนทนาที่ผ่านมาให้สั้นลง แล้วทำงานต่อใน Session เดิม คุณใส่คำสั่งเพิ่มได้ว่าอยากให้สรุปเน้นอะไร
/compact เก็บรายละเอียดเรื่องโครงสร้างตารางออเดอร์ไว้ให้ครบ
ข้อควรระวัง: การสรุปคือการย่อ รายละเอียดเล็กๆ อาจไม่อยู่ในสรุป ถ้ามีเรื่องที่สำคัญ ให้บอกไว้ในคำสั่งเหมือนตัวอย่างข้างบน
11. /clear ล้าง Session แล้วเริ่มงานใหม่
คำสั่งนี้เริ่ม Session ใหม่ที่ว่างเปล่า แต่ยังเก็บความจำของโปรเจกต์ไว้ เช่น คู่มือ CLAUDE.md คุณใส่ชื่อเพื่อติดป้าย Session เก่าไว้หาทีหลังได้ และถ้ามี /goal ที่ตั้งไว้ จะถูกยกเลิกไปด้วย
/clear งานหน้าตะกร้า
/compact กับ /clear ต่างกันอย่างไร
/compact | /clear | |
|---|---|---|
| ทำอะไร | สรุป Session เดิมให้สั้นลง | เริ่ม Session ใหม่ที่ว่างเปล่า |
| ความจำเรื่องงานนี้ | เหลือเป็นแบบสรุป | หายไปจาก Session ใหม่ (แต่กลับไปเปิด Session เก่าได้) |
| ใช้ตอนไหน | ยังทำงานเดิม แต่ Session ยาวเกินไป | เปลี่ยนไปทำงานเรื่องใหม่ |
กติกาที่จำง่ายคือ งานเดิมใช้ compact งานใหม่ใช้ clear ถ้าลากงานหลายเรื่องไว้ใน Session เดียว รายละเอียดของงานเก่าจะปนกับงานใหม่
ช่วงที่ 3: คำสั่งให้ทำงานต่อเนื่อง
12. /goal ทำไปจนกว่าเงื่อนไขจะเป็นจริง
คุณตั้งเป้าหมาย แล้ว Claude จะทำงานต่อไปเองทีละรอบ หลังจบแต่ละรอบ จะมีโมเดลอีกตัวตรวจว่าเงื่อนไขเป็นจริงหรือยัง ถ้ายังก็ทำต่อ
/goal เทสต์ทั้งหมดผ่าน และ npm run lint ไม่มี error หรือหยุดเมื่อครบ 20 รอบ
วิธีเขียนเงื่อนไขให้ดี (ตามเอกสารทางการ)
- มีจุดจบที่วัดได้ อย่างเดียว เช่น ผล Test จำนวนไฟล์ หรือคิวว่าง
- บอกวิธีพิสูจน์ เช่น "
npm testผ่าน" เพราะตัวตรวจไม่ได้รันคำสั่งเอง ตัวตรวจอ่านจากสิ่งที่ Claude แสดงใน Session - บอกสิ่งที่ห้ามเปลี่ยนระหว่างทาง เช่น "ห้ามแก้ไฟล์เทสต์"
- ใส่ขอบเขต เช่น "หรือหยุดเมื่อครบ 20 รอบ" เพราะทุกรอบใช้ Token
พิมพ์ /goal เฉยๆ เพื่อดูสถานะ และพิมพ์ /goal clear เพื่อยกเลิก
ข้อควรรู้: goal ไม่ได้เปลี่ยนสิทธิ์ ถ้าใช้โหมดที่ต้องขออนุญาต Claude ก็ยังถามก่อนรันคำสั่งเหมือนเดิม
13. /loop ทำซ้ำเป็นรอบๆ
คำสั่งนี้ให้ Claude ทำงานเดิมซ้ำ ทั้งแบบที่คุณกำหนดเวลาเอง และแบบที่ให้ Claude เลือกจังหวะเอง
/loop 10m เช็คว่า deploy เสร็จหรือยัง แล้วสรุปผลให้ฟัง /loop เช็คว่าเทสต์ผ่านไหม และตอบความเห็นที่มีคนรีวิวไว้
ข้อควรรู้:
- คำสั่งนี้ทำงานเฉพาะตอนที่เปิด Claude Code ค้างไว้ ปิดหน้าต่างเมื่อไหร่ก็หยุด
- งานที่ทำซ้ำตามรอบเวลาจะหมดอายุเองใน 7 วัน
- ถ้าอยากให้รันแม้ปิดเครื่อง มีทางเลือกอื่น เช่น
/scheduleที่รันบน Cloud - ถ้าใช้
/loopแบบที่ให้ Claude เลือกจังหวะเอง กดEscตอนที่รอรอบถัดไปเพื่อหยุดได้
ข้อควรระวัง: ตัวอย่างที่สองให้ Claude ลงมือแก้งานเองทุกรอบโดยไม่มีคนนั่งดู ให้ใช้กับงานที่ย้อนได้ และตั้งสิทธิ์ใน /permissions ให้เหมาะสมก่อน
/goal กับ /loop เลือกอย่างไร
- ถ้าอยากให้งานหนึ่ง ทำจนเสร็จแล้วหยุด เช่น แก้จน Test ผ่าน ให้ใช้ goal
- ถ้าอยาก คอยเฝ้าดูเป็นระยะ เช่น เช็กทุก 10 นาทีว่า Deploy เสร็จหรือยัง ให้ใช้ loop
ช่วงที่ 4: คำสั่งย้อนกลับและกลับมาทำต่อ
14. /resume กลับไป Session เก่า
คำสั่งนี้เปิด Session ที่ทำไว้ก่อนหน้า โดยระบุชื่อหรือเลือกจากรายการ เหมาะกับงานที่ทำค้างไว้เมื่อวาน หรือ Session ที่ /clear พร้อมตั้งชื่อไว้
/resume งานหน้าตะกร้า
เคล็ดลับ: ตั้งชื่อตอน /clear ไว้เสมอ เวลากลับมาจะหาเจอง่ายกว่าการเลือกจากรายการยาวๆ
15. /rewind ย้อนงานที่พลาด
คำสั่งนี้ย้อน Session โค้ด หรือทั้งสองอย่างกลับไปจุดก่อนหน้า เปิดได้ด้วยการกด Esc สองครั้งตอนที่ช่องพิมพ์ว่าง หรือพิมพ์
/rewind
จากนั้นเลือกจุดที่จะย้อน และเลือกว่าจะคืนโค้ด คืน Session หรือคืนทั้งคู่
ข้อควรรู้ที่สำคัญมาก: rewind ย้อนเฉพาะไฟล์ที่ Claude แก้ด้วยเครื่องมือแก้ไฟล์ของตัวเอง ไม่ย้อนผลของคำสั่ง Terminal เช่น การลบไฟล์ หรือย้ายไฟล์ และไม่ย้อนสิ่งที่คุณแก้เองนอก Claude Code เอกสารทางการบอกชัดว่า rewind ไม่ได้มาแทน Git งานสำคัญยังต้อง Commit เป็นระยะ
คำสั่งที่ควรรู้เพิ่มอีก 2 คำสั่ง
/usageดูค่าใช้จ่ายของ Session นี้ โควตาของแผนที่ใช้ และสถิติการใช้งาน (หรือพิมพ์/cost)/permissionsดูและตั้งกติกาว่าอะไรที่ Claude ทำได้เลย อะไรต้องถามก่อน และอะไรห้ามทำ ควรเปิดดูตั้งแต่วันแรก
ลำดับการใช้คำสั่งที่แนะนำสำหรับมือใหม่
- เมื่อเปิดโปรเจกต์ครั้งแรก ให้รัน
/initแล้วอ่านคู่มือที่ได้ จากนั้นเปิดดู/permissions - เมื่อเป็นงานใหญ่ ให้เริ่มด้วย
/plan - เมื่อ Session เริ่มยาว ให้ดู
/contextแล้วใช้/compact - เมื่อเปลี่ยนเรื่อง ให้ใช้
/clearพร้อมตั้งชื่อ - เมื่อพลาด ให้ใช้
/rewindแต่ก่อนหน้านั้นต้องมี Git ไว้แล้ว
สรุป
15 คำสั่งนี้แบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ เริ่มโปรเจกต์ ระหว่างทำงาน ทำงานต่อเนื่อง และย้อนกลับ ให้จำคู่ที่สับสนบ่อยไว้ 2 คู่ คือ compact กับ clear (งานเดิมกับงานใหม่) และ goal กับ loop (ทำจนกว่าจะสำเร็จกับทำตามรอบเวลา) และอย่าลืมว่า rewind ไม่ได้มาแทน Git
อาทิตย์ละสกิล เดี๋ยวก็เก่ง